การหลั่งไหลเข้ามาทำเหมืองของชาวจีนในสมัยรัชกาลที่ 3 ถึง 4 (2367-2411) ทำให้เกิดการรวมตัวเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบ“กงสี” มี“อั้งยี่”หรือองค์กรที่คอยปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตน เมื่อลงหลักปักฐานมั่นคงก็เกิด“ล้อกเซียนก๊ก”เพื่อตอบแทนสังคม พร้อมๆ กับพัฒนาการของสมาคมชาวจีนต่างๆ รวมตัวกันภายใต้“สมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต”ในปัจจุบัน

ชมภาพวาดจิตรกรรมเก่าแก่“หลวงบำรุงจีนประเทศ”(ตันเนี่ยวหยี่) เศรษฐีนายเหมืองที่มีชื่อเสียงและสมาชิกในกงสีมากที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5
พัฒนาการองค์กรชาวจีนภูเก็ต
กงส้อ กงสี: “สามัคคีหมู่พวก” ในสมัยพระภูเก็ตโลหเกษตรารักษ์(แก้ว) ขึ้นเป็นเจ้าเมืองภูเก็ตในช่วงรัชกาลที่ 3 สมัยนั้นปรากฏมีชาวจีนเข้ามาอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้แล้วเป็นจำนวนมาก... อ่านต่อ »
อั้งยี่: “มรสุมพัดผ่าน” หากกงส้อหรือสโมสรคือด้านสว่างของการรวมกลุ่มชาวจีน สมาคมลับอั้งยี่อาจกล่าวได้ว่าเป็นด้านมืด... อ่านต่อ »
ล้อกเซียนก๊ก : “ตอบแทนสังคม” “เสื่อผืน หมอนใบ” เปรียบได้เสมือนทุนที่ชาวจีนอพยพทุกคนมีติดตัวมาจากบ้านเกิดอย่างเท่าเทียมกัน... อ่านต่อ »
สมาพันธ์ชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดภูเก็ต : “ปึกแผ่น” แม้ฮกเกี้ยนจะเป็นชาวจีนกลุ่มแรกๆ แต่ชาวจีนที่มีการรวมตัวก่อตั้งเป็นสมาคม จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นกลุ่มแรกคือแต้จิ๋ว... อ่านต่อ »

หลวงบำรุงจีนประเทศ
ตันเนี่ยวหยี่ เศรษฐีนายเหมืองและเจ้าของหลายกิจการ หนึ่งในหัวหน้าต้นแซ่ที่ดูแลสมาชิกสมาคมกงสีที่มีสมาชิกมากที่สุดในเกาะภูเก็ต (ราวสี่พันคนในปี 2410 สองหมื่นคนในปี 2418 ซึ่งหัวหน้ากงสีนี้ส่วนใหญ่เป็นคนแซ่ตัน ได้แก่ ตันเจา-หลวงพิทักษ์จีนประชา... อ่านต่อ »